China Power | Environment | East Asia

ted online slot: China Will No Longer Be a Developing Country After 2023. Its Climate Actions Should Reflect That.

สล็อตไม่มีบัญชีธนาคาร,ขณะที่ ล่าสุดราคาหุ้นบริษัท โรแยล ซีรามิค อุตสาหกรรม จำกัด (มหาชน) หรือRCIปิดตลาดเช้าอยู่ที่ 3.22 บาท บวก 0.04 บาท หรือ 1.26% สูงสุด 3.32 บาท ต่ำสุด 3.20 บาท มูลค่าการซื้อขาย 85.02 ล้านบาท รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP) ไตรมาส 4/2558 ของญี่ปุ่น หดตัวลง 1.4% หลังจากที่ขยายตัว 1.3% ในไตรมาส 3 โดยสาเหตุที่ทำให้ GDP ไตรมาส 4 หดตัวลงนั้น มาจากการใช้จ่ายของผู้บริโภคที่อ่อนแอลง ท่ามกลางสภาพอากาศที่อุ่นผิดปกติ รวมทั้งค่าแรงที่ขยายตัวช้าลง,นายนพดล กล่าวว่า สำหรับงบลงทุนในช่วง 5 ปีข้างหน้าจะประกอบด้วย งบลงทุนต่อเนื่องราว 1.5 หมื่นล้านบาท ซึ่งเป็นการทำโครงการต่อเนื่องที่จะทยอยแล้วเสร็จใน 1-2 ปี ได้แก่ โครงการท่อส่งก๊าซฯไปจ.นครราชสีมา รวมถึงการสร้าง LNG Receiving Terminal แห่งแรก ระยะที่ 2 เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต LNG เป็น 10 ล้านตัน/ปี จากเดิมที่ 5 ล้านตัน/ปี โดยโครงการนี้ในส่วนของหน่วยที่เปลี่ยน LNG เป็นก๊าซฯนั้น (Regas Unit) จะแล้วเสร็จในกลางปีนี้ ขณะที่ในส่วนของคลัง LNG จะเสร็จสมบูรณ์แบบในต้นปี 60โดยบริษัทคาดว่าจะมีรายได้รวมทั้งหมด 30 ปี เท่ากับ 3,846 ล้านบาท ค่าใช้จ่ายรวม 30 ปีเท่ากับ 3,136 ล้านบาท กำไรสุทธิ 30 ปี เท่ากับ 711 ล้านบาท ขณะที่มูลค่าปัจจุบันของกระแสเงินสดรับสุทธิ 124 ล้านบาท3.18 3.14,สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.8 โดยปรับตัวลดลงจาก 102.7 ในเดือนธ.ค.58 โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการใน 3 เดือนข้างหน้า ได้แก่ ความกังวลต่อตลาดการเงินโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ และปัญหาเงินทุนหมุนเวียนในกิจการโดยเฉพาะ SMEs อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีฯ ยังมีค่าเกิน 100 แสดงว่าผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินกิจการในอีก 3 เดือนข้างหน้านายอภิเชฐ กล่าวว่า บริษัทจะเริ่มมีรายได้จากธุรกิจรับติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์บนหลังคาบ้านเรือนและโรงงานอุตสาหกรรม ในช่วงปลายไตรมาส 1-ต้นไตรมาส 2 ซึ่งปัจจุบันอยู่ระหว่างเจรจากับลูกค้า 3-4 ราย นายนพดล กล่าวอีกว่า ปตท.ยังมองโอกาสการทำคลัง LNG ในรูปแบบ FSRU (Floating Storage Regasification Unit:FSRU) ในฝั่งเมียนมาร์ และภาคใต้ของไทย เพื่อรองรับปริมาณก๊าซฯจากเมียนมาร์และก๊าซฯจากแหล่งพื้นที่พัฒนาร่วมไทย-มาเลเซีย (เจดีเอ) ที่จะทยอยลดลงตามสัญญาในอนาคต ขณะที่ขีดความสามารถของท่อส่งก๊าซฯยังคงมีอยู่ ซึ่งจะทำให้สามารถจัดส่งก๊าซฯจากเมียนมาร์มาให้กับโรงไฟฟ้าทางฝั่งตะวันตกของไทยได้อย่างต่อเนื่อง รวมถึงการจัดส่งก๊าซฯให้โรงไฟฟ้าจะนะทางภาคใต้ได้อย่างต่อเนื่องด้วย TSTH ฟุ้งผลประกอบการงวดไตรมาส 4 ปี 58/59 พลิกกำไร ตั้งเป้าปริมาณขายโต 8-10%สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นฯ คาดการณ์ 3 เดือนข้างหน้า อยู่ที่ระดับ 100.8 โดยปรับตัวลดลงจาก 102.7 ในเดือนธ.ค.58 โดยปัจจัยที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นของผู้ประกอบการใน 3 เดือนข้างหน้า ได้แก่ ความกังวลต่อตลาดการเงินโลก ซึ่งส่งผลกระทบต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน รวมทั้งการชะลอตัวของการบริโภคในประเทศ และปัญหาเงินทุนหมุนเวียนในกิจการโดยเฉพาะ SMEs อย่างไรก็ตาม ค่าดัชนีฯ ยังมีค่าเกิน 100 แสดงว่าผู้ประกอบการยังมีความเชื่อมั่นต่อการดำเนินกิจการในอีก 3 เดือนข้างหน้า GCAP ตั้งเป้าสินเชื่อรวมปีนี้โตกว่า 50% เล็งหาพันธมิตรคู่ค้ารายใหม่SET Index: แนวโน้มขึ้นทดสอบ 1,300 และ 1,330 ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นหลังจากนายมาริโอ ดรากี ประธาน ECB กล่าวต่อรัฐสภายุโรปเมื่อวานนี้ว่า ECB พร้อมทำการผ่อนคลายนโยบายเพิ่มเติมในการประชุมวันที่ 10 มี.ค. หากความผันผวนในตลาดการเงินในระยะนี้ และผลกระทบในระยะยาวของราคาน้ำมันที่ทรุดตัวลง มีแนวโน้มที่จะทำให้อัตราเงินเฟ้อยังคงอยู่ในระดับต่ำ สำหรับหุ้นที่เด่นน่าสนใจ อันดับแรก KCE โดยฝ่ายวิจัยคาดว่าในปี 59 จะเป็นปีที่บริษัทเติบโตอย่างมากหลังจากบริษัทจากการเปิดใช้โรงงานใหม่เฟส 2 ได้เต็มไตรมาสตั้งแต่ไตรมาส 1/59 ที่ช่วยประหยัดต้นทุนรวมถึงอัตราการใช้งานที่เพิ่มสูงขึ้นในปี 59 จากความต้องการสินค้าที่มากขึ้นส่งผลให้บริษัทมีอัตรากำไรขั้นต้นสูงขึ้นมากเทียบกับปี 58 โดยจะเติบโตมากในช่วงไตรมาส 3/59 หลังจากค่าใช้จ่ายคงที่หมดลง ทั้งนี้ ฝ่ายวิจัยคาดว่าปีนี้บริษัทจะมีกำไรสุทธิประมาณ 2,792 ล้านบาทเติบโต 26% เทียบจากปีก่อน ซึ่งจากปัจจัยดังกล่าวส่งผลให้คาดว่าปี 59 จะเป็นปีที่โดดเด่นอีกปีหนึ่งของบริษัท จึงแนะนำ ซื้อ ราคาเป้าหมาย 91 บาท2.การกู้เงินบาททดแทนการกู้เงินตราต่างประเทศ จำนวน 5,211 ล้านบาท เพื่อใช้ในการดำเนินโครงการพัฒนาระบบบริหารจัดการน้ำและระบบขนส่งทางถนนระยะเร่งด่วน : มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจระยะที่ 2 และโครงการเงินกู้ DPLHFT, GL ปิดตลาดพุ่ง 6.92% หลังประกาศงบปี 58 สวยหรูด้านนายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ SSI กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเดินหน้าตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ และรักษามูลค่าทางธุรกิจของบริษัทไว้ รวมถึงคงไว้ซึ่งระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยบริษัทยังคงมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจการค้าและมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับการผลิตและจำหน่ายสินค้า โดยได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าและคู่ค้าที่ยังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัทรอ Follow Buy เหนือ 21.20 บาทเพื่อเล่นระยะกลางผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทย (SET) ปิดตลาดรอบเช้า (17 ก.พ.) นักลงทุนต่างชาติ ขายสุทธิ 300ล้านบาท。

SF บวก 2.50% หลังงบฯ ปี 58 เติบโตเป็นเท่าตัว ,ด้านนายวิน วิริยประไพกิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ของ SSI กล่าวว่า ขณะนี้บริษัทกำลังเดินหน้าตามกระบวนการฟื้นฟูกิจการ เพื่อให้สามารถดำเนินธุรกิจได้ตามปกติ และรักษามูลค่าทางธุรกิจของบริษัทไว้ รวมถึงคงไว้ซึ่งระดับความสามารถในการแข่งขันทางธุรกิจ โดยบริษัทยังคงมีรายได้จากการดำเนินธุรกิจการค้าและมีเงินทุนหมุนเวียนเพียงพอสำหรับการผลิตและจำหน่ายสินค้า โดยได้รับการสนับสนุนจากลูกค้าและคู่ค้าที่ยังมีความเชื่อมั่นในธุรกิจของบริษัทด้านเรียวจิ โยชิซาว่า นักวิเคราะห์ของ S P กล่าวว่า ปัจจุบัน รายได้จากการปล่อยเงินกู้ภายในประเทศของธนาคารพาณิชย์ย่ำแย่อยู่แล้ว การใช้นโยบายดอกเบี้ยติดลบจะยิ่งทำให้รายได้ของธนาคารเหล่านี้ย่ำแย่ลงอีก ฮั่งเส็งปิดลบ 94.80 จุด ขณะตลาดผิดหวัง 4 ชาติไม่ลดผลิตน้ำมัน ขณะที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทเสนอให้ที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นพิจารณายังไม่จ่ายเงินปันผลประจำปีสำหรับผลการดำเนินงานตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2558 ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2558 เนื่องจากที่ประเทศเวียดนามมีวันหยุดยาวในช่วงต้นเดือนกุมภาพันธ์ 2559 ที่ผ่านมา จึงทำให้ Amata (Vietnam) Joint Stock Company (อมตะ เวียดนาม) ซึ่งเป็นบริษัทแกนและบริษัทย่อยของบริษัทต้องเลื่อนการประชุมผู้ถือหุ้นออกไป เช็คด่วน! ผลรางวัลสลากกินแบ่งรัฐบาลงวด 16 ก.พ.59,ขณะที่งบลงทุนอีกกว่า 7 หมื่นล้านบาทจะใช้รองรับการลงทุนธุรกิจใหม่ด้านบริการที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน การเพิ่มประสิทธิภาพโรงแยกก๊าซฯ ระบบโครงข่ายท่อก๊าซฯย่อย แต่สิ่งสำคัญหลักคือการลงทุนคลัง LNG แห่งที่ 2 ขนาด 7.5 ล้านตัน/ปี เบื้องต้นคาดว่าจะมีมูลค่ากว่า 3 หมื่นล้านบาท ปัจจุบันอยู่ระหว่างการหารือกับภาครัฐถึงรายละเอียดและการจัดทำโครงการ เห็นว่าควรจะก่อสร้างในพื้นที่มาบตาพุด จ.ระยอง เช่นเดียวกับคลัง LNG แห่งแรก เพราะจะเป็นพื้นที่ที่สามารถบริหารจัดการก๊าซฯได้ดีที่สุด โดยโครงการจะต้องเร่งดำเนินการให้เร็ว เพราะการก่อสร้างจะใช้เวลา 6-7 ปี ขณะที่ตามแผนพัฒนากำลังผลิตไฟฟ้าระยะยาว ปี 58-79 (PDP 2015) จะมีโรงไฟฟ้าจากก๊าซฯเข้าระบบเพิ่มเติมในปี 64-65 ซึ่งทำให้ความต้องการ LNG ในช่วงนั้นจะเกิดระดับ 10 ล้านตัน/ปีแล้วเนื่องจากนักลงทุนสถาบันเข้าซื้อหุ้นกลุ่มบลูชิปที่ถูกเทขายอย่างหนัก ขณะที่ราคาน้ำมันโลกเริ่มฟื้นตัวขึ้น และความวิตกเกี่ยวกับสถานการณ์ในยุโรปผ่อนคลายลง หลังมีข่าวว่าธนาคารดอยช์แบงก์เตรียมซื้อคืนหุ้นกู้บางส่วน ส่วนเงินวอนแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบดอลลาร์สหรัฐ,MACD ปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือเส้นค่าเฉลี่ยไปทดสอบระดับ 0 เครื่องมือทางเทคนิคชี้วัดแนวโน้มขึ้นปรับตัวเพิ่มขึ้นเหนือแนวโน้มลง RSI เคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 50、pc building simulator、GL/21.10?แนวต้าน 9.15-9.30 บาทGL/21.10แนวต้าน 5.80 บาททั้งนี้ ล่าสุดนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)ได้ออกมากล่าวแถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวันที่ 10 ก.พ.ได้ส่งสัญญาณชะลอการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเฟดเดือนหน้า เนื่องจากปัจจัยจากสภาวะที่ตึงตัวในตลาดการเงินที่มีสาเหตุจากการดิ่งลงของราคาหุ้น, ความไม่แน่นอนเกี่ยวกับเศรษฐกิจจีน และการประเมินความเสี่ยงด้านสินเชื่อในระดับโลก อาจส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐให้อ่อนแอลง ส่งผลให้นักลงทุนคลายความกังวลต่อทิศางดอกเบี้ยประกอบกับราคาน้ำมันที่ผันผวนสูง จาก Oversupply และกลุ่มใน-นอกโอเปกไม่สามารถตกลงมาตรการลดกำลังการผลิตน้ำมันกันได้ราคาหุ้นบริษัท คอมเซเว่น จำกัด (มหาชน) หรือCOM7ปิดตลาดอยู่ที่ 6.15 บาท ไม่เปลี่ยนแปลง สูงสุด 6.25 บาท ต่ำสุด 6.10 บาท มูลค่าการซื้อขาย 55.95 ล้านบาท20.60 20.40 CPF ราคาไต่ระดับเหนือ uptrend line ล่าสุดดีดตัวจากแนวรับขึ้นเหนือเส้นเฉลี่ย 5 วันขณะที่กลุ่มเส้นเฉลี่ยเรียงตัวชี้ทางบวกด้าน MACD พักตัวในแดนบวกและเริ่มยกตัวทดสอยค่าเฉลี่ยตัวเองมีสิทธิหนุนราคายกตัวเข้าหาขอบบนช่องคู่ขนานคล้ายภาพในรอบก่อนสำหรับธุรกิจมัลติมีเดียนั้น ทางบริษัทฯ อยู่ระหว่างหาโฆษณาเข้ามาเพิ่มเติมเพื่อที่จะให้ผลตอบแทนที่ดีขึ้น แต่อย่างไรก็ตามหากผลประกอบการออกมาไม่ดีนักทางบริษัทฯก็อาจจะมีการพิจารณาเพื่อที่จะจำหน่ายออก โดยคาดว่าจะเห็นความชัดเจนในปีนี้。

As China projects its power abroad and readies to join the club of high-income countries, its climate ambitions can no longer hide behind the veil of development.

China Will No Longer Be a Developing Country After 2023. Its Climate Actions Should Reflect That.
Credit: Depositphotos

China will graduate from a middle-income to a high-income country in a few years. Its GDP per capita has grown explosively from $150 in 1978 to $10,000 today and is on course to surpass the World Bank’s high-income country threshold of $12,536 in 2023. Though this may sound like a symbolic change, the impacts on China’s climate ambitions can be far-reaching. This is because global climate change efforts are rooted in countries contributing based on their income level, so becoming a high-income country adds pressure on China.

In U.N. lingo, this concept is called “common but differentiated responsibility.” It means that rich countries must contribute more to fighting climate change because they have polluted for a longer time, as rooted in the “polluter-pays principle.” Conversely, developing countries are allowed to pollute relatively more today to allow prioritization of pressing issues like poverty alleviation. Last year China announced it had eradicated poverty, and a few years from now, it will officially be a high-income country. Consequently, any reason for China to be treated as a developing country on climate ambitions is gone.

Beijing’s past and present rhetoric on climate change stresses that China is a developing country and should contribute accordingly. China used its developing country status to justify not taking on commitments under the Kyoto Protocol in 1997 – and is still doing so today, as voiced by China’s lead climate negotiator, Xie Zhenhua, at the 2020 China-EU High-level Forum on Green Cooperation. This can be directly contrasted to China’s wish to be regarded as a great country, certainly equal to the United States, as voiced at the recent China-U.S. meeting in Anchorage. Based on this self-perceived strength, Xi Jinping himself refers to China as a “responsible great power.” In fact, according to the Chinese government, China is a “responsible” country that is already making great contributions to fighting climate change domestically and abroad, which is a frequently featured talking point in Chinese Communist Party meetings.

In contrast to China’s positive self-assessment, statistics show that the country’s climate performance is falling behind the EU and the United States. The EU and U.S. peaked their emissions in 1979 and 2007 respectively, and both aim to be carbon neutral by 2050. China aims to reach peak emissions by 2030 and carbon neutrality by 2060. While the world is working hard to swiftly reduce emissions, China’s projections show that its emissions will grow by another 10 percent before peaking in 2030. That increase would be more than the total emissions of Germany and France combined. Simultaneously, in terms of emissions per unit of GDP, China emits twice as much as the U.S. and four times more than the EU. For years, China has excused its behavior under the cover of its development needs. However, if China wants to be considered on par with the EU and U.S. in terms of economy and global power, then its climate actions cannot be an exception.

There seems to be little willingness to acknowledge this in Beijing. Most recently, at the 2021 Climate Summit chaired by U.S. President Joe Biden, Xi lauded China as more ambitious than developed countries as the country would go from peak to zero emissions in a much shorter time. Arguing that the EU and U.S. are unambitious because they reduced emissions earlier is not likely to convince many. Another argument is that China’s reduction of CO2 emissions per unit of GDP is itself a great contribution. However, as China started from a very high point, the 48 percent reduction from 2005 to today only gets it to where the EU was in 1990. Similarly, while Xi stresses that China has made important contributions to adopting the Paris Agreement, it is hard to square Beijing’s global climate leadership with its increasing coal consumption domestically. China’s rhetoric suggests that they agree with the principle that with great power comes great responsibility. But their self-assessment of their climate actions as responsible is way off the mark.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

This seems self-defeating, as a low-carbon transition in China is entirely technically and economically possible, as demonstrated in a recent report by Tsinghua University. China already leads the world in annual installations of renewable energy, which could easily be scaled up in the future. Furthermore, for China, as for most other countries, the cost of wind and solar energy is on parity with fossil fuels. In fact, it’s must cheaper if we include the 1 million annual deaths and $106 billion in healthcare costs resulting directly from air pollution. Critically for China’s need for energy security, the country is home to many of the world’s most advanced companies in solar, wind, and hydropower.

As China continues to develop, it must raise its climate ambitions. The first step is for China’s leaders to acknowledge that current climate performance is certainly not that of a “great responsible power.” If China wants to be seen as an equal to the United States and the EU, it must adopt the great climate ambitions that great countries have.