Features | Security

ebet88 เครดิต ฟรี: Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

gogy girl games,อินโดนีเซีย จำเป็นต้องเปลี่ยนตัวผู้เล่นตั้งแต่นาทีที่ 19 เมื่อ อันดิก เวอร์มานเซียห์ บาดเจ็บเล่นต่อไม่ไหว ต้องส่งเอา ซูลาม ซามรูน ลงมาเล่นแทนเพิ่มโควต้าอาเซียนเพื่อให้ฟุตบอลลีกอาชีพของไทยเป็นศูนย์กลางของภูมิภาคอาเซียน และเป็นการช่วยขยายฐานแฟนคลับให้แต่ละสโมสรเพิ่มช่องทางในการถ่ายทอดสดไปยังประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่อรายได้ของทีมในอนาคต สมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทยฯ และ บริษัท ไทยลีก จำกัด จึงจะประกาศให้ฟุตบอลลีกอาชีพตั้งแต่ระดับ ไทยลีก 2 (T2) ลงมาสามารถลงทะเบียนผู้เล่นในสัญชาติอาเซียนและส่งลงสนามได้เพิ่มเติม 1 คน นอกเหนือจากผู้เล่นโควต้าต่างชาติ 3 คนและ ผู้เล่นเอเชีย 1 คน ซึ่งถือเป็นการทดสอบและเตรียมความพร้อมก่อนที่จะประกาศใช้ในระดับ ไทยลีก (T1) ในปี 2019นอกจากนี้ ผู้เล่นดาวรุ่งหลายคน อย่าง ศุภชัย ใจเด็ด, สุภโชค สารชาติ, สิทธิโชค กันหนู รวมไปถึงนักเตะดาวโรจน์อีก 4-5 คน ยังพร้อมลงแย่งเป็น 11 คนแรกของทีมอีกด้วย” หลังจากนั้น ดีทมาร์ ฮามันน์ อีกหนึ่งตำนานลิเวอร์พูลก็โพสต์ผ่านทวิตเตอร์ของตัวเองว่า คาร์ร่าออกคำสั่งมากเกินไป คาริอุส อายุ 23 และลงเฝ้าเสาเกิน 100 เกมแล้ว ควรเคารพเขามากกว่านี้นะ, คุณสามารถวิจารณ์ใครๆ มากมายตามที่ต้องการก็ได้ แต่ไม่สามารถบอกให้ผู้ใหญ่หุบปากได้หรอก รายชื่อผู้เล่นที่คาดว่าจะลงสนามมิดเดิ้ลสโบรช: บิกตอร์ บัลเดส; เบน กิ๊บสัน, คาลัม แชมเบอร์ส, ฟาบิโอ ดา ซิลวา, อันโตนิโอ บาร์รากาน; อดัม เคลย์ตัน, อดัม ฟอร์ชอว์, มาร์เท่น เด รอน, สจ๊วร์ต ดาวนิ่ง, อดาม่า ตราโอเร่; อัลบาโร่ เนเกรโด้ลิเวอร์พูล: ลอริส คาริอุส; โจเอล มาติป, รักนาร์ คลาวาน, เจมส์ มิลเนอร์, นาธาเนียล ไคลน์; จอร์แดน เฮนเดอร์สัน, จอร์จินิโอ ไวนัลดุม, อดัม ลัลลานา; โรแบร์โต้ ฟีร์มิโน่, ซาดิโอ มาเน่, ดิว็อค โอริกี้เป็นที่ทราบกันดีว่าตั๋วเข้าชมเกม เอเอฟเอฟ ซูซูกิคัพนัดชิงชนะเลิศนัดที่ 2 ระหว่างทีมชาติไทยกับ อินโดนีเซีย ที่สนามราชมังคลากีฬาสถานได้ถูกจำหน่ายหมดไปตั้งแต่วันที่เปิดจำหน่ายวันแรกแล้ว และเมื่อเห็นทีมช้างศึกออกไปพ่าย อินโดนีเซีย ทำให้เกมนัดชิงชนะเลิศ ลูกทีมของ เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง จะต้องลงเล่นด้วยเป้าหมายถึงเดียวคือชัยชนะเท่านั้น ทำให้ราคาตั๋วผียิงพุ่งขึ้นอย่างน่าเกลียด ล่าสุดซื้อขายกันในเว็บไซต์ราคาเฉียด 3 พันบาทแล้ว  จากราคาหน้าตั๋วปกติ 200 บาท(โซน E2)นอกจากนี้บรรดาพ่อจอมขี้โกงที่ฝังตัวอยู่ตามกลุ่มซื้อขายยังฉวยโอกาสปรับราคาตั๋วผีที่อยู่ในมือให้เพิ่มสูงขึ้นอีกหลายเท่าซึ่งสมาคมฟุตบอลแห่งประเทศไทยได้ทราบถึงปัญหานี้ดี และได้ตั้งรางวัลนำจับคนที่จำหน่ายตั๋วเกินราคาเอาไว้ที่ 10,000 บาททางด้าน “คุณเดียร์” วทันยา วงษ์โอภาสี ผู้จัดการทีม กล่าวว่า “คิดว่าน้องๆ มีความพร้อมเต็มที่ก่อนเจอจีน สภาพทีมน้องๆโดยรวมไม่ใครบาดเจ็บรุนแรง อาจมีบ้างบาดเจ็บเล็กๆ น้อย แต่ไม่มีปัญหา ซึ่งทุกคนอยู่ในสภาพที่ฟิตและพร้อมเต็ มที่ ส่วนความคาดหวังแน่นอนว่ามาแล้วก็อยากชนะกลับไป แต่ก็ไม่ได้ตั้งเป้าหรือกดดันกับทีมว่าจะต้องได้ชัยชนะ เพราะเป้าหมายของเรามาเพื่อให้น้องๆ ได้เก็บเกี่ยวประสบการณ์ใหม่ๆ กลับไป ซึ่งครั้งนี้น้องๆ เองถือว่าต้องปรับตัวกันเยอะในเรื่องของสภาพอากาศที่ค่อนข้างจะหนาว หลายๆคนยังไม่เคยเจอกับสภาพอากาศหนาวแบบนี้” สถิติเฮดทูเฮดที่น่าสนใจเอฟเวอร์ตัน เพิ่งเอาชนะ อาร์เซน่อล ได้แค่ครั้งเดียวเท่านั้น ในการเจอกัน 18 ครั้งหลังสุดใน พรีเมียร์ ลีก โดยเป็นการเปิดบ้านชนะไป 3-0 เมื่อเดือนเมษายน 2014 ชบาแก้วนิวซีแลนด์เหนือฟุตบอลหญิงทีมชาติไทยสเปนเซอร์ ไพรเออร์, ติดตามรายละเอียดการประมูลได้ที่เพจของกลุ่มพี่ป๊อกนะครับ https://www.facebook.com/groups/233347630179372/permalink/675060239341440/ จะปิดการประมูลที่เวลา16:30น.วันนี้เพื่อรวมยอดบริจาคเพื่อมอบให้แก่รพ.บางสะพานต่อไปครับ #ก้าว #ก้าวคนละก้าว #ก้าวคนละก้าวเพื่อโรงพยาบาลบางสะพาน #comeonyouspurs เกมดังกล่าว อินโดนีเซีย จะโยกไปใช้สนามสนาม ปากันสารี สเตเดี้ยมที่มีความจุได้เพียง 30,000 ที่นั่ง และเปิดจำหน่ายทางออนไลน์ 13,000 ใบและแบบต่อคิวซื้อ 15,000 ใบจึงทำให้ไม่เพียงพอต่อความต้องการของแฟนบอล และได้มีกลุ่มที่ไม่ได้บัตรเข้าพากันก่อความวุ่นวาย แต่อย่างไรก็ตามทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังสามารถควบคุมสถานการณ์เอาไว้ได้ จุมเปอิ ลิดะซิโก้ซูซูกิ คัพทีมชาติไทยผู้ตัดสินอินโดนีเซียเกียรติศักดิ์ เสนาเมืองความคิดเห็นนี้ไม่ได้แปลจากผู้ที่เชียวชาญทางภาษาโดยตรง แต่เป็นเพียงการแปลจากโปรแกรมอัตโนมัติ ดังนั้นจึงอาจจะไม่ถูกต้องและครบถ้วนทั้งหมด ผู้อ่านควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน และหากผิดพลาดประการใดต้องขออภัยมา ณ ที่นี้ครับที่มา : www.teamthailand.in.thแปลและเรียบเรียงโดยเพจ : fb.com/TeamThailand.in.th, คิง พาวเวอร์ สเตเดี้ยมจิ้งจอกสยามพรีเมียร์ลีก อังกฤษเรือใบสีฟ้าเลสเตอร์ ซิตี้แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ABOUT THE AUTHOR ถุงเท้าทองคำ ผู้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของฝูงชน "นกลิเวอร์เบิร์ด" แห่งทุ่งหญ้าอาณาจักร เมอร์ซีย์ไซด์ ในสยามประเทศ ลิเวอร์พูลควรจะมีหกแต้มเต็ม แต่พวกเขาทำหล่นไปห้าคะแนน การตัดสินใจครั้งใหญ่ของผู้จัดการทีมในตอนนี้คือ จะใช้มินโญเล่ต์หรือใช้คาริอุสต่อไป สำหรับ 21 ขุนพล ฉลามชล ที่จะเดินทางไปลงเล่นเกมอุ่นแข้ง พร้อมทีมงานสตาฟฟ์ ประกอบไปด้วย。

คาชิมา แอนท์เลอร์สบอลไทยลีกเอเอฟซี แชมเปี้ยนส์ 2016ช่วงครึ่งหลัง เริ่มไปได้ไม่นาน ลิเวอร์พูล มาเจาะตาข่าย เวสต์แฮม ได้อย่างรวดเร็วอีกครั้ง คราวนี้เป็นการตัดบอลพลาดของผู้รักษาประตูอย่าง ดาร์เรน แรนดอล์ฟ ก่อนจะโดนลงโทษโดย ดิว็อค โอริกี้ ที่ยืนอยู่ตรงนั้นสังหารเข้าไปไม่เหลือซากในนาที 48 และช่วงเวลาที่เหลือถือเป็นการเดินหน้าพับสนามบุกแหลกของ หงส์แดง โดยจังหวะใกล้เคียงสุดเห็นจะเป็นลูกยิงไกลของ จอร์แดน เฮนเดอร์สัน บอลพุ่งกำลังจะเสียบสามเหลี่ยมแต่ แรนดอล์ฟ บินมาปัดออกไปอย่างเหลือเชื่อ ช่วยให้ท้ายที่สุด ขุนค้อน บุกมาแชร์แต้มกลับออกไปจากสนาม แอนฟิลด์ ของ ลิเวอร์พูล หลังจบ 90 นาทีไปด้วยสกอร์ 2-2เกียรติศักดิ์ เสนาเมือง หัวหน้าผู้ฝึกสอน กล่าวระหว่างการเดินทางกลับไทยว่า  “ผมว่าเราไม่ได้ประมาทหรอก เพียงแต่ว่าฟุตบอลมันเกิดขึ้นได้ เราผิดพลาดสองลูกอาจเป็นเพราะเสียสมาธิ ถามว่าแท็คติคที่เราวางไว้ไม่ดีหรอ มันไม่ใช่ แต่ก็อย่างที่บอกการเล่นนอกบ้านไม่ใช่เกมง่าย”,ธีรศิลป์ แดงดา ทำประตูให้ทีมชาติไทยขึ้นนำทีมชาติอินโดนีเซียในเกมศึกชิงแชมป์อาเซียน 2016 และถือเป็นประตูที่ 15 เทียบเท่าสถิติของ วรวุธ ศรีมะฆะ ที่ทำไว้ก่อนหน้านี้,ทั้งนี้หลังจาก “นกใหญ่พิฆาต” คว้าตัว จาฟลอน กูเซนอฟ และมุสตาฟา อาซัดซอย จะทำให้มีผู้เล่นต่างชาติครบ 5 คนตามโควต้าเป็นที่เรียบร้อย โดยผู้เล่นต่างชาติของทีม 3 คน ก่อนหน้านี้ ประกอบไปด้วย ฟลอล็องต์ ซินาม่า ปงโกลล์, ดิเอโก้ ซิลวา และปาร์ก จุนโซหลังการฝึกซ้อม “โค้ชก้าง” นฤพล แก่นสน เปิดเผยว่า “การฝึกซ้อมวันนี้เป็นการทบทวนแท็กติกต่างๆ เพื่อให้ทีมพร้อมที่สุด และต้องบอกเลยว่าสภาพทีมตอนนี้ถือว่าเต็มร้อย เพราะไม่มีนักเตะได้รับบาดเจ็บ จะเป็นห่วงก็เรื่องสภาพอากาศที่หนาวขึ้นกว่าเดิม เนื่องจากเริ่มมีฝนตกลงมาทำให้อุณหภูมิลดลง ส่วนเรื่องสภาพสนามแข่งขันไม่มีอะไรน่าเป็นห่วง”  ขุนค้อนค่าตัวดิมิทรี ปาเยตปาเยตฝรั่งเศสพรีเมียร์ ลีกย้ายทีมเวสต์ แฮม ABOUT THE AUTHOR naddanai อดีตนักเขียนนิตยสาร Inside United ซึ่งเน้นข้อมูลในเชิงลึกเกี่ยวกับสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ชื่นชอบกีฬาฟุตบอลและเทนนิสเป็นพิเศษกุนซือชาว เยอรมัน วัย 49 ปี เปิดใจถึงเรื่องนี้ว่า มันไม่มีเหตุผลเลยที่ผมจะต้องส่ง ลอริส ลงไปในสถานการณ์แบบนี้ เพราะเขาคือผู้รักษาประตูที่ยอดเยี่ยม มากกว่าคนที่ลงไปโชว์ฟอร์มให้เราเห็นในเกมที่ผ่านมา(กับ เวสต์แฮม) , Royalเงินสนับสนุนสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย มีโครงการสนับสนุนเงินพัฒนาสโมสรให้กับทีมต่างๆที่ต้องการนำไปต่อเติมก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกโดยเพิ่มเงินสนับสนุนทีมให้สโมสรในระดับ ไทยลีก (T1) จำนวน 5 ล้านบาท นอกเหนือจากงบสนับสนุนจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทีมละ 20 ล้านบาท ,สโมสรในระดับไทยลีก 2 (T2) 1 ล้านบาท นอกเหนือจากงบสนับสนุนจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทีมละ 3 ล้านบาท และ สโมสรในระดับไทยลีก 3 (T3) 1 ล้านบาท นอกเหนือจากงบสนับสนุนจากค่าลิขสิทธิ์ถ่ายทอดสดทีมละ 1 ล้านบาท โดยเริ่มตั้งแต่ฤดูกาล 2017ครึ่งหลังเริ่มมา เป็น สกิลตัน สเตฟานี ที่มายิงคนเดียวอีกสองลูกเป็นแฮตทริก ในนาที 61 และ 65 ช่วยให้ นิวซีแลนด์เหนือ หนีห่างชบาแก้วไปเป็น 3-1เวลา 21.30 น. โคโลญจน์ 1-1 ดอร์ทมุนด์เวลา 21.30 น. บาเยิร์น มิวนิค 5-0 โวล์ฟสบวร์กเวลา 21.30 น. อิงโกลสตัดท์ 1-0 อาร์บี ลีบซิกเวลา 21.30 น. ไฟร์บวร์ก 1-0 ดาร์มสตัดท์เวลา 21.30 น. ฮัมบูร์ก 1-0 เอาก์สบวร์กเวลา 00.30 น. แฮร์ธ่า เบอร์ลิน 0-1 แวร์เดอร์ เบรเมนนาทีที่ 8 ทีมช้างศึกได้ลุ้นประตูก่อน เมื่อ ริซกี้ ปอร่า จ่ายบอลคืนหลังพลาดไปเข้าทาง ชนาธิป สรงกระสินธ์ ลากเข้ากรอบเขตโทษ แต่ตวัดยิงไม่ถนัด ทำให้บอลถากเสาสองออกหลังไป จากนั้นไม่นาน ศราวุฒิ มาสุข ได้ฮาล์ฟวอลเล่ย์ข้ามคาน จากจังหวะโขกชงเข้ากลางมาให้ของ กรวิทย์ นามวิเศษ,ศึกฟุตบอล พรีเมียร์ลีก อังกฤษ นัดกลางสัปดาห์ ประจำค่ำคืนวันอังคารที่ 13 ธันวาคม 2559 เป็นการดวลกันระหว่าง เอฟเวอร์ตัน มีคิวเปิดรัง กูดิสัน ปาร์ค ต้อรับการมาเยือนของรองจ่าฝูงอย่าง อาร์เซนอล ก่อนจะเป็น ทอฟฟี่สีน้ำเงิน ที่มาหักปากกาเซียนรัวสองเม็ดเก็บสามแต้มต่อหน้าสาวก เอฟเวอร์โตเนี่ยน ไปด้วยสกอร์ 2-1 ลิเวอร์พูลหงส์แดงเดอะค็อปแกรี่ เนวิลล์แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดโยริส คาริอุส ABOUT THE AUTHOR ถุงเท้าทองคำ ผู้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของฝูงชน "นกลิเวอร์เบิร์ด" แห่งทุ่งหญ้าอาณาจักร เมอร์ซีย์ไซด์ ในสยามประเทศวันที่ 27 ธ.ค. 59ชิงอันดับ 3 เวลา 16.00 น., ชิงชนะเลิศ เวลา 18.30 น.รูปเกมที่คาดแม้ว่า แมนฯ ยูไนเต็ด จะโชว์ฟอร์มได้ดีในระยะหลัง แต่สิ่งที่ขาดหายไปก็คือความต่อเนื่องของผลการแข่งขันที่ต้องการ ยิ่งเกมนี้ออกมาเล่นเป็นทีมเยือนแล้วด้วยจึงไม่ใช่งานง่ายแน่นอน เชื่อว่า คริสตัล พาเลซ อาจจะเป็นรองไปก่อนในช่วงแรก แต่หลังจากเกมผ่านไปครบชั่วโมงแล้ว อาการเหนื่อยล้าของนักเตะปีศาจแดงจะทำให้พวกเขาเพลี่ยงพล้ำ จนอาจทำให้แต้มหลุดมือไปในช่วงนี้, ซันเดอร์แลนด์พรีเมียร์ลีก อังกฤษสิงห์บลูสเตเดี้ยม ออฟไลท์เชลซีแมวดำ ABOUT THE AUTHOR ถุงเท้าทองคำ ผู้ถ่ายทอดจิตวิญญาณของฝูงชน "นกลิเวอร์เบิร์ด" แห่งทุ่งหญ้าอาณาจักร เมอร์ซีย์ไซด์ ในสยามประเทศ、free cell phone games、สเตฟาโน ลิลิปาลีย์ มิดฟิลด์ทีมชาติ อินโดนีเซีย ให้สัมภาษณ์ว่าหวังจะฉีกตาข่ายทีมไทยได้อีกสองประตูในเกม เอเอฟเอฟ ซูซูกิ คัพ รอบชิงชนะเลิศ เลกสอง ที่ทีมแดนอิเหนาจะยกพลมาเยือนไทยในวันเสาร์นี้ รายชื่อ 11 ตัวจริงของทั้งสองทีมเอฟเวอร์ตัน : มาร์เท่น สเตเคเลนเบิร์ก(GK), เชมุส โคลแมน, แอชลี่ย์ วิลเลี่ยม, ฟีล จากีลก้า, เลย์ตัน เบนส์, ไอดริสซ่า กูเอเย่, เจมส์ แม็คคาร์ธีย์, อารอน เลนน่อน, รอสส์ บาร์คลี่ย์, เอ็นเนอร์ วาเลนเซีย, โรเมลู ลูกากูสำหรับ ทีมชาติไทย จะเดินทางไปประเทศอินโดนีเซียวันที่ 11 ธันวาคมนี้ เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนลงเล่นรอบชิงชนะเลิศนัดแรกวันที่ 14 ธันวาคมจากนั้นจะกลับมาเล่นในบ้านนัดที่สองวันที่ 17 ธันวาคมต่อไป。

Will 2019 see an increased chance for military confrontation in Asia?

Flashpoints and Arms Races to Watch in 2019

In this Friday, April 13, 2018, file photo released by Military News Agency, Taiwan’s President Tsai Ing-wen, second from left, inspects on a Kidd-class destroyer during a navy exercise off the northeastern port of Su’ao in Yilan County, Taiwan. Tsai boarded a navy destroyer to review military drills ahead of planned war games by rival China.

Credit: Military News Agency via AP, File

The 2019 security outlook for Asia, as in past years, is dominated by a number of regional flashpoints that include the Korean Peninsula, the South and East China Seas, as well as the Taiwan Strait, all of which have the potential to trigger a military confrontation. Nonetheless, there appears to be a reduced risk for open military clashes in all of the four cases in the next 12 months.

Simultaneously, 2019 will likely see an intensification of the war in Afghanistan, amid ongoing peace negotiations?and?the suggested withdrawal of 7,000 U.S. troops from the country;?the presidential election scheduled for the spring?may be postponed. Other areas our readers should watch include:?a possible uptick in violence in Jammu and Kashmir as a result of the 2019 Indian general elections (especially in combination with large-scale, ostensibly Pakistani-sponsored terror attacks, which might compel Indian Prime Minister Narendra Modi to retaliate more forcefully in 2019 than in a non-election year), the usual chance of South Asian border disputes getting out of control, ?and increased naval competition between India, China, and Pakistan in the Indian Ocean. Naval competition is especially noteworthy as all three states are in the process of fielding, or already have deployed, nuclear-armed submarines.

Overall, 2019 will see a general diffusion of military capabilities in the Indo-Pacific region without any single state being capable of dominating the region militarily. While China will remain the region’s top military power, it qualitatively still cannot compete with the much smaller South Korean and Japanese militaries, let alone U.S. forces. In turn, the United States is no longer capable of militarily dominating the region as it had during the 1990s and 2000s. Consequently, an uneasy balance of power is expected to prevail in the region.

Flashpoints

First, should North Korea continue to refrain from further testing of nuclear weapons or long-range missiles, 2019 will most likely be dominated by summit diplomacy with North Korean leader Kim Jong Un possibly parlaying face-to-face with Russia’s Vladimir Putin, Japan’s Shinzo Abe, South Korea’s Moon Jae-in, and the United States’ Donald Trump.? Conversely, a major known unknown will be the reaction of the U.S. president once it will become clearer in 2019 that Pyongyang will not relinquish its nuclear deterrent.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

Second, while the United States, along with its regional allies and partners, will continue to carry out freedom of navigation operations (FONOP)?challenging excessive maritime claims in the South China Sea that will draw the ire of Beijing, the Association of Southeast Asian Nations (ASEAN) and China are expected to complete the first draft of a South China Sea Code of Conduct in 2019. Following a steady Chinese military buildup in the contested waters over the past years, an uneasy military stalemate will likely continue to hold throughout the next 12 months.

Third, after tensions between China and Japan in the East China Sea spiked in 2012, last year saw a number of Chinese intrusions into Japan’s contiguous marine zone. Yet, the past 14 months have nevertheless seen a marked diffusion of bilateral tensions — a trend expected to continue into 2019. Both countries will push on with the implementation of East China Sea crisis management and communication mechanisms, officially agreed to in December 2017. Chinese President Xi Jinping will also make his first official visit to Japan in June 2019.

Fourth, while China has stepped up its military pressure on Taiwan throughout 2018, including long-range bomber patrols?and naval exercises in close vicinity to the island (the People’s Liberation Army openly seeks readiness to invade Taiwan by 2020), a cold peace between Taipei and Beijing is likely to prevail throughout 2019. Nonetheless, the Taiwan Travel Act, a U.S. law enacted to revitalize reciprocal visits between the U.S. and Taiwan by high-level government officials and signed into law in 2018, as well as a $1 billion U.S. arms package for Taiwan, is bound to increase tensions throughout 2019.

The 2019 Arms Races

All Asian powers are expected to continue their military modernization programs throughout 2019 with six regional states likely making the 2019 top 10 global military spenders’ list. Here are several military hardware developments worth keeping an eye on:

First, India is expected to induct its most advanced nuclear-capable intercontinental ballistic missile (ICBM), the Agni-V,?to date in the first quarter of 2019. With its increased range and accuracy, the introduction of this new weapon system could pose a problem for long-term strategic stability in Asia. India is also expected to conduct its first real nuclear deterrence patrol in 2019. Long term strategic stability could be further undermined by Pakistani efforts to field a submarine-launched cruise missile (the Babur-3) and a medium-range ballistic missile?fitted with multiple independently targetable re-entry vehicles, or?MIRVs.

Second, China will continue to produce units composed of one of the region’s most advanced long-range air defense system, the Russian-made S-400?Triumf?(NATO reporting name: SA-21 Growler)?into service, which will significantly boost the People’s Liberation Army anti-access capabilities, especially around Taiwan. (Taipei, meanwhile, will continue its development of an indigenous submarine force ?as well as push for the sale of F-35Bs.) China’s first domestically designed and built aircraft carrier, the Type 002 (CV-17), could also enter service as early as the fourth quarter of 2019 further boosting China’s blue water navy capabilities. Notably, the next 12 months may also witness the first operational deployment of a hypersonic glide vehicle (HGV), the DF-17, with significant implications for strategic relations in Asia.

Third, Russia is back as a major military power in the Asia-Pacific. In 2019, the Russian Eastern Military District — the military arm responsible for operations across the Pacific — is expected to receive more than 6,240 pieces of new and upgraded military equipment. 2019 will likely see the delivery of the nuclear-powered ballistic missile submarine Knyaz Vladimir, the Russian Navy’s first upgraded Project 955A?Borei II-class boomer, to the Pacific Fleet. ?Russia’s Strategic Missile Forces are also slated to receive their first HGV in 2019. Additionally, the first batch of Sukhoi Su-57 fighter aircraft, Russia’s first indigenously designed and built fifth-generation stealth fighter jet, is expected to be be delivered to the Russian Air Force in late 2019. Finally, Russia is expected to commission its largest nuclear-powered icebreaker in 2019, whose primary mission will be to clear passages for ship traffic on the Northern Sea route, which runs along the Russian Arctic coast from the Kara Sea to the Bering Strait.

Fourth, the air forces of Australia, Japan, and South Korea will also continue to induct their fleets of F-35A Lightning II Joint Strike Fighters in 2019. These aircraft will primarily serve as platforms for long-range air-to-surface/air-to-air standoff missiles. The Diplomat readers should pay special attention to these weapons systems as they will be an important factor in determining the military balance in East Asia and beyond. Other noteworthy developments to keep an eye on in 2019 are bilateral drills involving Japan’s recently stood up Amphibious Rapid Deployment Brigade, South Korea’s continuous development of its?Kill-Chain pre-emptive strike capabilities, and Australia’s SEA 1000 Future Submarine Program.

Another important development to follow will be Japanese deliberations over the procurement of?vertical or short takeoffs and vertical landings F-35Bs and to convert the?Izumo-class of helicopter destroyers into full-fledged aircraft carriers to accommodate the new aircraft. Additionally, readers should pay special attention to Vietnam’s defense deals in 2019. Russia and Vietnam are in final talks over the purchase of 24 Su-35S “Flanker-E” multirole fighter jets — assumed to be delivered in two batches of 12 — with details of the contract reportedly finalized during the visit of Russian Defense Minister Sergei Shoigu to Hanoi in January 2018. Negotiations over the acquisition of two S-400?Triumf? batteries are purportedly also at an advanced stage.

Enjoying this article? Click here to subscribe for full access. Just $5 a month.

The United States is expected to maintain a similar force posture in the Asia-Pacific as in 2018 with no major changes save for the deployment of an additional three-ship amphibious ready group (ARG) into the region. Additionally, the U.S. will maintain its continuous bomber presence mission as well as its only forward-deployed? Nimitz-class supercarrier, along with no significant increase or decrease of U.S. ground forces in the Asia-Pacific region. Notably, however, the U.S. could quietly begin negotiating with Japan and South Korea over the deployment of future U.S. ground-launched ballistic and cruise missiles on their territories following the termination of the INF treaty, which could make 2019 a particular eventful year for nuclear diplomacy in Asia. 2019 will also likely see the first deployment since 2017 of a Littoral Combat Ship to the region.

While next year will not see a Rim of the Pacific Exercise (RIMPAC), and scaled down Foal Eagle and Key Resolve exercises, The Diplomat readers should follow the first ever tri-services joint exercises between India and the United States in 2019, the first ASEAN-U.S. Maritime Exercise, ?as well as the annual iterations of the Russia-China “Peace Mission” and “Joint Sea” military drills. Interestingly, the 23rd rendition of the Malabar naval exercise, involving aircraft and ships from Indian Navy, the U.S. Navy, and the Japan Maritime Self Defense Force, is expected to take place in Japanese waters for the first time in 2019.

Outlook

Notably, the absence of a single dominating regional military power in combination with the proliferation of advanced military capabilities in the Asia-Pacific region increases the chances of miscalculation when it comes to assessing the costs and benefits of limited war. The Asia-Pacific region will remain the most militarized region in the world in 2019. The three largest defense budgets in the world are in countries with significant military assets in the region:?the United States, China, and Russia.

This should not distract from the optimistic outlook that 2019 will likely see a reduced risk for military confrontation. The Diplomat readers should, however, keep in mind: Despite our best efforts, the next major military confrontation in the Asia-Pacific, like most military conflicts, will almost certainly come as an apparent surprise and when least expected.

Franz-Stefan Gady is a Senior Editor with the The Diplomat and Senior Fellow with the East West Institute. He tweets @hoanssolo.?